G H F W O O D

สั่งทำตู้ไม้สัก Built-in ต้องรู้อะไรก่อนเริ่ม

การแต่งบ้านด้วยไม้สักเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา ความอบอุ่น และความทนทานที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกติดตั้ง "ตู้ไม้สัก Built-in"...

8 สิงหาคม 2569 21 นาทีในการอ่าน 13 ครั้ง
สั่งทำตู้ไม้สัก Built-in ต้องรู้อะไรก่อนเริ่ม
Teak Furniture Team

Teak Furniture Team

ผู้เขียนบทความ

สารบัญบทความ

การแต่งบ้านด้วยไม้สักเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา ความอบอุ่น และความทนทานที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกติดตั้ง "ตู้ไม้สัก Built-in" ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านได้อย่างลงตัวที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า ตู้โชว์ในห้องนั่งเล่น หรือตู้เก็บของในห้องครัว ทว่าการสั่งทำเฟอร์นิเจอร์แบบฝังผนังหรือ Built-in นั้น แตกต่างจากการซื้อเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวทั่วไป เพราะมีรายละเอียดที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ตั้งแต่ขั้นตอนการวัดขนาด การเลือกเกรดไม้ ไปจนถึงการเลือกช่างฝีมือที่มีความชำนาญ

หากคุณกำลังวางแผนที่จะปรับปรุงบ้านหรือตกแต่งห้องใหม่ด้วย ตู้ไม้สัก และต้องการความมั่นใจว่าเงินทุกบาทที่ลงทุนไปจะคุ้มค่าและได้ผลงานที่ตรงใจที่สุด บทความนี้จาก GHFWood (Garden House Furniture) ผู้ผลิตและจำหน่าย เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก ส่งตรงจากจังหวัดแพร่ จะพาคุณไปเจาะลึกทุกเรื่องที่คุณจำเป็นต้องรู้ก่อนเริ่มต้นสั่งทำตู้ไม้สัก Built-in เพื่อให้คุณได้เฟอร์นิเจอร์ที่สวยงาม แข็งแรง และอยู่คู่บ้านไปอย่างยาวนาน

ทำไมต้องเลือกตู้ไม้สัก Built-in แทนตู้สำเร็จรูป



หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ในเมื่อปัจจุบันมีตู้สำเร็จรูปวางจำหน่ายมากมาย ทำไมยังต้องเลือกสั่งทำตู้ Built-in ที่ใช้ ไม้สักแท้ เป็นวัสดุหลัก คำตอบอยู่ที่ความเฉพาะตัวและความทนทานที่ไม่มีวัสดุสังเคราะห์ใดเทียบเท่าได้ ตู้สำเร็จรูปทั่วไปมักผลิตจากไม้ปาติเกิล (Particle Board) หรือไม้ MDF ซึ่งมีอายุการใช้งานจำกัด ไม่ทนต่อความชื้น และไม่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดให้พอดีกับซอกมุมของบ้านได้อย่างสมบูรณ์

ในทางตรงกันข้าม การเลือกสั่งทำตู้ Built-in ด้วยไม้สักแท้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่างสามารถออกแบบให้ตู้สูงชนฝ้าเพดาน หรือเข้ามุมเฉียงได้อย่างพอดิบพอดี ทำให้ไม่มีพื้นที่เหลือทิ้งให้ฝุ่นสะสม นอกจากนี้ ไม้สักยังมีลวดลายธรรมชาติที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตู้ไม้สักแต่ละใบจึงเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นเดียวในโลกที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบ้านของคุณเท่านั้น

นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว ความทนทานของ เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก ยังเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ไม้สักแท้มีสารธรรมชาติที่ช่วยป้องกันปลวกและแมลงกัดเจาะ ทำให้ตู้ Built-in ของคุณมีความแข็งแรงทนทาน ไม่บิดงอหรือผุพังง่าย แม้จะผ่านการใช้งานยาวนานหลายสิบปี การลงทุนกับตู้ไม้สัก Built-in จึงเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าและช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับตัวบ้านได้อย่างแท้จริง

ประเภทของไม้สักที่นิยมใช้ทำตู้ Built-in

ก่อนที่จะเริ่มตกลงสั่งทำ สิ่งสำคัญคือคุณต้องเข้าใจก่อนว่าไม้สักที่นำมาใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์นั้นมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติ ลวดลาย และราคาที่แตกต่างกันออกไป การเลือกประเภทไม้ที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณได้งานที่ตรงกับงบประมาณและความต้องการใช้งานมากที่สุด

1. ไม้สักเก่า (ไม้เรือนเก่า)

ไม้สักเก่าคือไม้ที่ได้จากการรื้อถอนบ้านเก่า เรือนไทย หรือสิ่งปลูกสร้างในอดีต ไม้ประเภทนี้ผ่านการแห้งตัวตามธรรมชาติมาเป็นเวลาหลายสิบปี ทำให้เนื้อไม้มีความเสถียรสูงมาก อัตราการหดตัวหรือขยายตัวต่ำเกือบเป็นศูนย์ ลายไม้มีความเข้มและสวยงามเด่นชัด เป็นเกรดไม้ที่พรีเมียมที่สุดและมีราคาสูงที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานไม้ที่มีกลิ่นอายความคลาสสิกและต้องการความทนทานสูงสุด

2. ไม้สักสวนป่า (ไม้อบแห้ง)

เป็นไม้สักที่ได้จากการปลูกในพื้นที่สัมปทานหรือสวนป่าเศรษฐกิจของรัฐและเอกชน ไม้ประเภทนี้จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 15-30 ปี เนื้อไม้จะมีสีอ่อนกว่าไม้สักเก่าเล็กน้อย ก่อนนำมาใช้งานจะต้องผ่านกระบวนการอบแห้ง (Kiln Dry) อย่างเป็นระบบเพื่อลดความชื้นในเนื้อไม้ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้ไม้บิดตัวหรือแยกตัวในภายหลัง ไม้สักสวนป่าเกรดคัดคุณภาพถือเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีราคาจับต้องได้ และยังคงความแข็งแรงสวยงามของไม้สักแท้ไว้ได้อย่างครบถ้วน

3. ไม้สักอัด (Teak Plywood)

สำหรับงาน Built-in บางประเภทที่ต้องการทำบานประตูขนาดใหญ่หรือผนังตู้ส่วนใน ช่างอาจแนะนำให้ใช้ไม้สักอัดร่วมด้วย ไม้สักอัดคือการนำไม้จริงชนิดอื่นมาทำเป็นแผ่นแกนกลาง แล้วปิดผิวหน้าด้วยวีเนียร์ไม้สักแท้หนาพิเศษ วิธีนี้ช่วยลดน้ำหนักของโครงสร้างตู้ ป้องกันการโก่งตัวของบานประตูขนาดใหญ่ และช่วยควบคุมงบประมาณไม่ให้สูงจนเกินไป โดยที่ภายนอกยังคงเห็นลายไม้สักที่สวยงามเช่นเดิม

5 ขั้นตอนสำคัญในการเตรียมตัวก่อนสั่งทำตู้ไม้สัก Built-in

การทำเฟอร์นิเจอร์ Built-in เป็นงานที่ต้องอาศัยการวางแผนที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการติดตั้ง ซึ่งการแก้ไขงาน Built-in หลังจากทำเสร็จแล้วนั้นทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง นี่คือ 5 ขั้นตอนที่คุณควรเตรียมตัวก่อนเริ่มคุยกับช่างหรือโรงงาน

1. กำหนดฟังก์ชันการใช้งานอย่างละเอียด

เริ่มต้นด้วยการตอบคำถามตัวเองให้ชัดเจนว่า ตู้ใบนี้จะใช้งานอย่างไร เช่น หากเป็นตู้เสื้อผ้า คุณต้องการพื้นที่แขวนชุดเดรสยาวเท่าไหร่ มีลิ้นชักสำหรับเก็บเครื่องประดับไหม หรือต้องการช่องใส่เนกไทและนาฬิกาโดยเฉพาะหรือไม่ หากเป็นตู้โชว์ในห้องนั่งเล่น คุณต้องการชั้นวางที่สามารถปรับระดับได้เพื่อรองรับของสะสมขนาดต่างๆ หรือไม่ การกำหนดฟังก์ชันที่ชัดเจนจะช่วยให้ผู้ออกแบบสามารถจัดสรรพื้นที่ภายในตู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

2. วัดขนาดพื้นที่เบื้องต้น

แม้ว่าช่างมืออาชีพจะต้องเข้ามาวัดขนาดหน้างานจริงอีกครั้ง แต่การที่คุณมีขนาดพื้นที่คร่าวๆ (กว้าง x สูง x ลึก) จะช่วยให้การประเมินราคาเบื้องต้นทำได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น วิธีการวัดคือให้ใช้ตลับเมตรวัดความกว้างของผนัง ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน และตรวจสอบว่ามีเสา คาน หรือปลั๊กไฟขวางอยู่ในบริเวณที่จะติดตั้งตู้หรือไม่

3. เลือกสไตล์และโทนสีที่เข้ากับบ้าน

ตู้ไม้สักสามารถทำได้หลากหลายสไตล์ ตั้งแต่สไตล์คลาสสิกหรูหรา สไตล์ร่วมสมัย (Contemporary) ไปจนถึงสไตล์มินิมอลโมเดิร์น นอกจากนี้ สีของไม้สักยังสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ เช่น การทำสีธรรมชาติเพื่อโชว์ลายไม้สีทอง การทำสีโอ๊คเข้มเพื่อความสุขุม หรือการทำสีเสี้ยนขาวเพื่อลุคที่ดูทันสมัย การเลือกสไตล์และโทนสีไว้ในใจจะช่วยให้คุณสื่อสารกับช่างได้ง่ายขึ้น

4. กำหนดงบประมาณที่ชัดเจน

งาน Built-in ไม้สักแท้เป็นการลงทุนที่ใช้ระบบงบประมาณค่อนข้างยืดหยุ่นตามเกรดของไม้และรายละเอียดของงาน การกำหนดงบประมาณที่ชัดเจนในใจจะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถแนะนำทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดได้ เช่น การแนะนำให้ผสมผสานระหว่างไม้สักจริงกับไม้สักอัดในจุดที่ไม่จำเป็นต้องโชว์ผิวไม้ เพื่อให้อยู่ในงบประมาณที่คุณตั้งไว้

5. เลือกผู้ผลิตที่มีความเชี่ยวชาญด้านไม้สักโดยเฉพาะ

งานไม้สักต้องการความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง ช่างไม้ทั่วไปอาจไม่มีความเข้าใจในพฤติกรรมการยืดหดตัวของไม้สักดีพอ การเลือกผู้ผลิตที่เป็นโรงงานผลิต เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก โดยตรง เช่น โรงงานจากจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นแหล่งช่างฝีมือและไม้สักคุณภาพดี จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับงานที่มีมาตรฐาน แข็งแรง และประณีตในทุกขั้นตอน

ตารางเปรียบเทียบ: ไม้สักแท้เกรดต่างๆ สำหรับงาน Built-in

เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนและสามารถเลือกวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและงบประมาณได้อย่างเหมาะสม GHFWood ได้ทำการเปรียบเทียบคุณสมบัติของไม้สักแต่ละประเภทไว้ดังนี้

ประเภทไม้สัก ความแข็งแรงทนทาน อัตราการหด/ขยายตัว ความสวยงามของลายไม้ ระดับราคา การใช้งานที่เหมาะสม
ไม้สักเก่า (ไม้เรือนเก่า) สูงมากที่สุด (ทนแดด ทนฝน) ต่ำมาก (ไม้เซ็ตตัวเต็มที่แล้ว) ลายไม้เข้ม ชัดเจน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สูงมาก หน้าบานตู้โชว์, ตู้ที่ต้องรับน้ำหนักมาก, งานสไตล์คลาสสิก
ไม้สักสวนป่า (อบแห้งเกรดคัด) สูง (ผ่านการอบไล่ความชื้น) ต่ำถึงปานกลาง (ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการอบ) สีเหลืองทอง ลายไม้สม่ำเสมอ ดูทันสมัย ปานกลาง (คุ้มค่าที่สุด) โครงสร้างตู้, หน้าบานตู้เสื้อผ้า, ชั้นวางของทั่วไป
ไม้สักอัด (โครงไม้จริงปิดผิววีเนียร์) ปานกลาง (ทนแรงกระแทกได้ดี) ต่ำมาก (ไม่โก่งตัวเนื่องจากโครงสร้างประสาน) ลายไม้เรียบเนียน สม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น ย่อมเยา แผ่นข้างตู้, แผ่นหลังตู้, บานประตูตู้ขนาดใหญ่พิเศษ

ข้อควรระวังและปัญหาที่พบบ่อยในการทำ Built-in ไม้สัก



แม้ว่าไม้สักจะเป็นไม้ที่มีคุณภาพสูง แต่การทำ Built-in ก็ยังมีข้อควรระวังหลายประการที่คุณไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังการติดตั้ง ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดประการหนึ่งคือ "ปัญหาไม้หดตัวหรือขยายตัว" ซึ่งมักเกิดจากการเลือกใช้ไม้ที่ยังไม่ได้ผ่านการอบแห้งอย่างได้มาตรฐาน เมื่อนำมาติดตั้งในห้องที่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศสลับกับอุณหภูมิปกติ ความชื้นที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้ไม้ขยับตัว ส่งผลให้หน้าบานตู้เบียดกันจนเปิด-ปิดยาก หรือเกิดรอยแตกแยกตามรอยต่อ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ "การเตรียมพื้นผิวหน้างานก่อนการติดตั้ง" ผนังปูนของบ้านส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ระนาบตรง 100% ช่างติดตั้งที่มีความชำนาญจะต้องทำการเสริมโครงหรือปรับระดับ (Leveling) ให้ตู้ได้ฉากตรงอย่างแท้จริง หากติดตั้งโดยไม่ตรวจสอบระดับ อาจทำให้ตู้เอียง บานประตูสวิงเปิดเอง หรือเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างตู้กับผนังปูน ซึ่งนอกจากจะดูไม่สวยงามแล้ว ยังเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นละอองและแมลงอีกด้วย

สุดท้ายคือเรื่องของ "การเลือกสีและสารเคลือบผิว" งานไม้สักแท้ควรได้รับการเคลือบผิวด้วยน้ำยาที่มีคุณภาพดีเพื่อปกป้องเนื้อไม้จากรอยขีดข่วนและความชื้น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ทำลายสัมผัสธรรมชาติของไม้สัก การเลือกใช้สีที่หนาหรือทึบจนเกินไปอาจทำให้ตู้ไม้สักดูเหมือนพลาสติกและสูญเสียเสน่ห์ของลายไม้ธรรมชาติไป ดังนั้น ควรพูดคุยกับผู้ผลิตให้ชัดเจนเกี่ยวกับประเภทของสีย้อมไม้และระดับความเงาที่คุณต้องการ

การดูแลรักษาตู้ไม้สัก Built-in ให้สวยงามยาวนาน

จุดเด่นที่ทำให้ เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก แตกต่างจากเฟอร์นิเจอร์ประเภทอื่นคือ "ยิ่งนานวัน ยิ่งสวยงาม" หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ตู้ไม้สัก Built-in ของคุณจะสามารถใช้งานได้ยาวนานจนกลายเป็นมรดกตกทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานได้อย่างสบายๆ และนี่คือเคล็ดลับง่ายๆ ในการดูแลรักษาตู้ไม้สักของคุณ

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดโดยตรง: แม้ไม้สักจะทนทานต่อแสงแดด แต่การโดนรังสี UV เป็นเวลานานอาจทำให้สีของไม้ซีดจางลงหรือเปลี่ยนสีไม่สม่ำเสมอ ควรติดตั้งผ้าม่านกรองแสงในจุดที่แสงแดดส่องถึงตู้โดยตรง
  • ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี: สำหรับการทำความสะอาดประจำวัน เพียงใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่น หรือใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำบิดหมาดๆ เช็ดทำความสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างรุนแรง รวมถึงน้ำยาเช็ดกระจก เพราะอาจทำลายฟิล์มเคลือบผิวไม้ได้
  • บำรุงรักษาเนื้อไม้ด้วยน้ำมันหรือแว็กซ์: ทุกๆ 6-12 เดือน คุณสามารถใช้น้ำมันรักษาเนื้อไม้ (Teak Oil) หรือไขปลาวาฬ (Beeswax) ทาเคลือบผิวตู้บางๆ แล้วเช็ดออกด้วยผ้าแห้ง วิธีนี้จะช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับเนื้อไม้ ป้องกันไม้แห้งแตก และทำให้ลายไม้กลับมาดูเงางามลึกซึ้งเหมือนใหม่อยู่เสมอ
  • ป้องกันความชื้นสะสม: หากตู้ Built-in ติดตั้งอยู่ใกล้กับห้องน้ำหรือส่วนครัวที่อาจมีความชื้นสูง ควรเปิดประตูตู้เพื่อระบายอากาศบ้างเป็นครั้งคราว หรือใส่กล่องดูดความชื้นไว้ภายในตู้เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราบนเสื้อผ้าหรือสิ่งของที่เก็บไว้ภายใน

นอกจากตู้ไม้สักแล้ว วิธีการดูแลรักษาเหล่านี้ยังสามารถนำไปใช้กับเฟอร์นิเจอร์ไม้สักชิ้นอื่นๆ ในบ้านของคุณได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะไม้สัก, เตียงไม้สัก, เก้าอี้ไม้สัก หรือ ชุดรับแขกไม้สัก เพื่อให้บ้านของคุณคงความอบอุ่นและหรูหราด้วยงานไม้แท้ในทุกๆ มุม

ทำไมต้องสั่งทำตู้ไม้สัก Built-in กับ GHFWood (Garden House Furniture)

ที่ GHFWood เราเข้าใจดีว่าการสั่งทำตู้ Built-in เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของคนรักบ้าน เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดและผลงานที่มีคุณภาพสูงสุดให้กับลูกค้าทุกท่าน ด้วยจุดเด่นที่ทำให้เราแตกต่าง:

"เราเชื่อว่าไม้สักทุกชิ้นมีเรื่องราว และงาน Built-in ที่ดีต้องไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของผู้อยู่อาศัยในทุกๆ วัน" — ทีมช่างฝีมือ GHFWood

เราเป็นโรงงานผู้ผลิตโดยตรงจากจังหวัดแพร่ แหล่งกำเนิดช่างไม้สักฝีมือดีที่มีทักษะสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ทำให้คุณได้ครอบครอง เฟอร์นิเจอร์ไม้สักราคาโรงงาน ที่ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง พร้อมการควบคุมคุณภาพการผลิตอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรไม้สักแท้เกรดพรีเมียมที่ผ่านการอบแห้งอย่างได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าตู้ไม้สักของคุณจะไม่มีปัญหาการบิดตัวหรือแตกร้าวในระยะยาว

ทีมงานนักออกแบบและช่างเทคนิคของเราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ขั้นตอนการสเก็ตช์ภาพ 3D เพื่อให้คุณเห็นภาพเสมือนจริงก่อนเริ่มการผลิต การวัดขนาดหน้างานที่ละเอียดแม่นยำ ไปจนถึงทีมช่างติดตั้งมืออาชีพที่ทำงานด้วยความประณีต เรียบร้อย และเคารพต่อพื้นที่บ้านของลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานสุดท้ายจะออกมาสมบูรณ์แบบและตรงใจคุณมากที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ตู้ไม้สัก Built-in ปลวกจะกินไหม?

ไม้สักแท้โดยเฉพาะส่วนที่เป็นไม้แก่น (Heartwood) จะมีสารธรรมชาติที่เรียกว่า "เตคโตควิโนน" (Tectoquinone) ซึ่งมีคุณสมบัติในการขับไล่ปลวกและแมลงกัดเจาะตามธรรมชาติ ทำให้ตู้ไม้สักมีความทนทานต่อปลวกสูงมากเมื่อเทียบกับไม้อื่นๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงสร้างภายในผนังปูนหรือส่วนที่เป็นไม้ประกอบอื่นๆ เราขอแนะนำให้ทำการฉีดพ่นยากำจัดปลวกของตัวบ้านตามรอบปกติเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

2. ใช้เวลานานแค่ไหนในการผลิตและติดตั้งตู้ Built-in?

โดยทั่วไปกระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน ขึ้นอยู่กับขนาดและรายละเอียดความยากง่ายของดีไซน์ โดยขั้นตอนส่วนใหญ่ เช่น การตัดไม้ ประกอบโครง และทำสี จะทำที่โรงงานของ GHFWood เพื่อลดฝุ่นและเสียงรบกวนที่บ้านของลูกค้า จากนั้นทีมช่างจะเข้าทำการติดตั้งหน้างานจริง ซึ่งมักใช้เวลาเพียง 2-5 วันเท่านั้น

3. กลิ่นของไม้สักแท้จะมีผลกระทบต่อสุขภาพไหม?

กลิ่นของไม้สักแท้เป็นกลิ่นหอมระเหยธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ (Teak Aroma) ซึ่งไม่มีอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย และหลายคนพบว่ากลิ่นนี้ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายคล้ายกับอยู่ในสปา นอกจากนี้ ในกระบวนการทำสีของ GHFWood เราเลือกใช้สารเคลือบผิวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีปริมาณสารระเหยต่ำ (Low VOCs) เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัวและสัตว์เลี้ยงของคุณ

4. สามารถย้ายตู้ Built-in ไม้สักไปบ้านใหม่ได้หรือไม่?

โดยหลักการแล้ว เฟอร์นิเจอร์ Built-in ถูกออกแบบและตัดขนาดมาเพื่อให้พอดีกับพื้นที่เฉพาะของบ้านนั้นๆ การรื้อถอนเพื่อย้ายไปติดตั้งที่ใหม่อาจทำได้ยากและอาจทำให้โครงสร้างตู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการตู้ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ในอนาคต ทาง GHFWood สามารถออกแบบตู้ในลักษณะ "Semi Built-in" หรือตู้โมดูลาร์ลอยตัวที่ออกแบบให้ดูแนบเนียนไปกับผนังแต่สามารถถอดประกอบเพื่อย้ายพื้นที่ได้

5. ราคาตู้ไม้สัก Built-in คิดคำนวณอย่างไร?

การคิดราคาของงาน Built-in จะคำนวณเป็น "เมตรวิ่ง" (Linear Meter) โดยราคาจะขึ้นอยู่กับความสูงของตู้ เกรดของไม้สักที่เลือกใช้ (เช่น ไม้สักเก่า หรือไม้สักสวนป่า) รูปแบบของหน้าบาน (บานเรียบ บานหลุยส์ หรือบานกระจก) และฟังก์ชันอุปกรณ์ฟิตติ้งภายในตู้ (เช่น รางลิ้นชักระบบ Soft-close หรือชั้นวางของดึงได้) คุณสามารถส่งขนาดพื้นที่คร่าวๆ มาให้ทีมงาน GHFWood ประเมินราคาเบื้องต้นได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เริ่มต้นสร้างสรรค์ตู้ไม้สักในฝันของคุณกับ GHFWood

การเลือกสั่งทำตู้ไม้สัก Built-in ไม่ใช่แค่การซื้อเฟอร์นิเจอร์เพื่อใช้งาน แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่น ความหรูหรา และความทรงจำที่ดีภายในบ้านของคุณ หากคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกแบบ การวัดขนาดพื้นที่ หรือต้องการประเมินราคาตู้ไม้สัก Built-in ของคุณ

ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก GHFWood ยินดีให้คำปรึกษาและออกแบบร่วมกับคุณ เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานไม้สักแท้ที่สวยงาม ตรงตามฟังก์ชันการใช้งาน และอยู่ในงบประมาณที่คุณพึงพอใจ ติดต่อเราวันนี้เพื่อเริ่มต้นเปลี่ยนมุมโปรดในบ้านของคุณให้งดงามและทรงคุณค่าด้วยงานไม้สักแท้จากเมืองแพร่

แชร์บทความนี้

Facebook X